น้ำยาทำความสะอาดคราบน้ำมัน: วิธีขจัดคราบหนักๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ

น้ำยาทำความสะอาดคราบน้ำมัน: วิธีขจัดคราบหนักๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ เพื่อความสะอาดและความปลอดภัยของคนในบ้าน วันนี้เรามีวิธีขจัดคราบมันในห้องครัวมาฝากกันค่ะ

1. เบกกิ้งโซดาชำระล้างคราบกาแฟเข้มๆ ในแก้ว
งานนี้บอกเลยว่าเหล่าคอกาแฟมีเฮ เพราะแก้วกาแฟแก้วโปรดของคุณจะยังคงความใหม่ได้อยู่ตลอดกาล ปราศจากคราบกาแฟเหลืองๆ ที่ทำให้รสชาติเปลี่ยนแล้วล่ะ เพียงแค่เทเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ ลงในแก้วพร้อมกับน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ และใช้แปรงล้างขวดคนให้เข้ากันก่อนจะถูแก้วให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที หรือถ้าคราบเกาะหนึบเกินไปก็ให้ทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วค่อยนำมาล้างด้วยน้ำอุ่นซ้ำอีกครั้ง

2. ข้าวสารและน้ำส้มสายชูล้างคราบน้ำมัวๆ บนแก้วใส

แขกที่มาเยี่ยมบ้านต้องประหลาดใจแน่นอน หากคุณเสิร์ฟน้ำด้วยแก้วที่ขุ่นมัว มาลบภาพลักษณ์แย่ๆ เหล่านั้นด้วยการใช้ข้าวสารและน้ำอุ่นขัดแก้ว แล้วใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดก่อนจะนำไปล้างด้วยน้ำยาล้างจานตามปกติ คราวนี้แก้วของคุณก็จะกลับมาใสแวววาวเป็นที่ประทับใจกับแขกที่มาเยี่ยมแล้วล่ะ

3. เช็ดพื้นกระเบื้องด้วยสูตรที่เลื่องลือจากน้ำส้มสายชู

ไม้ถูพื้นที่สมน้ำสมเนื้อกับกระเบื้องมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นไม้ถูพื้นแบบไมโครไฟเบอร์ ที่กำจัดคราบได้ดีเยี่ยมและอ่อนโยนต่อกระเบื้อง แต่ก่อนลงมือถูพื้นควรขัดร่องกระเบื้องให้สะอาดด้วยหัวแปรงแบบวีเชฟเสียก่อน ต่อมาถ้ากระเบื้องคุณเป็นแบบไวนิลและเซรามิกให้ถูด้วยน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวงกับน้ำเปล่า 1 แกลลอน สำหรับกระเบื้องหินแนะนำให้ถูด้วยน้ำร้อน 1 แกลลอนผสมกับน้ำน้ำยาล้างจานสัก 2-3 หยดดีกว่า เพื่อป้องกันกระเบื้องหินถูกกัดกร่อนนั่นเอง

4. ก้อนเบกกิ้งโซดาคืนความสะอาดปราศจากเชื้อโรคในโถส้วม

หากทุกครั้งที่แขกขอเข้าห้องน้ำแล้วคุณจะรู้สึกกังวลใจทุกครั้ง เพราะไม่แน่ใจว่าแขกจะตกใจกับคราบสกปรกหรือเปล่า หยุดความระทึกใจไว้ตรงนั้นแล้วมาทำก้อนเบกกิ้งโซดาล้างส้วมกันดีกว่า เริ่มจากผสมเบกกิ้งโซดา 2 ถ้วยตวงกับดีเกลือ ¼ ถ้วยตวง แล้วปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นหยดน้ำยาล้างจานสูตรมะนาวเข้มข้นลงไป 9 หยด และน้ำมันสกัดกลิ่นหอมๆ หากต้องการกลิ่นหอมสดชื่น เสร็จแล้วตักใส่แม่พิมพ์ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วนำไปหย่อนลงในชักโครกค้างคืน และทำความสะอาดตามปกติ โดยทำเช่นนี้ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เท่านี้ห้องน้ำก็สะอาดเอี่ยมไม่อายแขกแล้วล่ะ

5. ปลดล็อกคราบหนักๆ ให้หลุดออกจากเตาอบกับสครับน้ำส้มสายชู

คราบอาหารที่ทั้งเหนียวและไหม้ติดเป็นก้อนอยู่ในเตาอบ ทำให้เราหมดอารมณ์ทำอาหารขึ้นมาทันที มาปลดมันออกพร้อมๆ กัน โดยเริ่มจากถอดตะแกรงออกมาก่อน แล้วนำเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อยก่อนคนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเบกกิ้งโซดาแล้วถูไปให้ทั่วตู้ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออก ตอกย้ำความสะอาดด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูแล้วเช็ดซ้ำอีกครั้งด้วยผ้าเปียก เปิดเตาอบในอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 15-20 นาที เท่านี้ก็กลับมาน่าใช้เหมือนเดิมแล้ว

6. ครีมออฟทาร์ทาร์กร่อนคราบอ่างล้างจานแบบเคลือบ

บ้านใครที่นิยมแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์คลาสสิก อย่างอ่างล้างจานเคลือบที่มีสีไปทางโทนเบส ก็ต้องรักษาความสะอาดให้ดีที่สุด ไม่เช่นนั้นมันยิ่งดูเก่ากว่าที่เราตั้งใจจะให้เป็นซะอีก แค่ผสมครีมออฟทาร์ทาร์ 2 ช้อนโต๊ะ กับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วใช้ฟองน้ำจุ่ม จากนั้นนำไปขัดที่อ่างล้างจานแล้วล้างออก ถ้าคราบมันเกาะแน่นจนเกินไปก็ให้ทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนล้างออก ที่สำคัญส่วนผสมนี้ต้องใช้งานภายใน 2 ชั่วโมงหลังผสมเสร็จ ไม่เช่นนั้นมันจะไม่ได้ผล

7. น้ำสายชูคู่หูเบกกิ้งโซดสากัดคราบไอน้ำที่เตารีด

เสื้อผ้าที่ไร้ซึ่งความยับเยินทำให้เราดูมีราศีขึ้นมาเป็นกอง แต่กว่าจะรีดได้นั้นต้องฝ่าฟันกับเตารีดจอมเหนียวหนืด จับตัวเป็นก้อนดำคล้ำที่อาจติดไปกับเสื้อเราได้ มากำจัดก้อนดำร้ายๆ ด้วยพระเอกแพ็กคู่อย่างน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง และเบกกิ้งโซดา 3 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันก่อนนำไปถูที่หน้าเตารีดไอน้ำ ตรงไหนที่เป็นร่องให้ใช้แปรงเก่าๆ ขัดออก และเช็ดด้วยผ้าสะอาด เท่านี้คุณจะสามารถวางเตารีดไปบนผ้าได้อย่างสนิทใจแล้วล่ะ

8. ล้างคราบน้ำที่ประตูกระจกกั้นด้วยน้ำส้มสายชู

คราบความมัวหมองไม่ได้อยู่ที่ชักโครกเพียงที่เดียว แต่ประตูกระจกกั้นระหว่างที่อาบน้ำกับพื้นที่อื่นๆ ก็มัวหมองด้วยคราบน้ำได้นะ หากจะล้างให้กลับมาใสวิ้งคงต้องใช้สูตรนี้ ให้เอาน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง ไปเวฟด้วยความร้อนต่ำประมาณ 2 นาที แล้วนำมาผสมกับน้ำยาล้างจาน 1 ถ้วยตวง แล้วใช้ฟองน้ำชุบและขัดให้ทั่วกระจก จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งกระจกก็จะใสปิ๊งทันใจเลย

9. ปั่นเครื่องเปล่าทำความสะอาดเครื่องซักผ้าแบบฝาบน

ถ้าถามว่า “ใช้เครื่องซักผ้าไปแล้วกี่ครั้ง?” คำตอบที่ได้คือ “นับครั้งไม่ถ้วน” แสดงให้เห็นว่าต้องมีคราบสกปรกบนเสื้อผ้าตกค้างอยู่บ้างล่ะ ฉะนั้นได้โปรดอย่าปล่อยให้เป็นอย่างนี้เลย ให้นำน้ำส้มสายชูและผงซักฟอกเทลงไปในช่องผงซักฟอก เปิดเครื่องให้ทำงานด้วยน้ำร้อนสูงสุดและเปิดฝาเครื่องทิ้งไว้ให้อากาศถ่ายเท ปิดช่องทางการเติบโตของเชื้อโรค

10. น้ำมันมะกอกคงความเงางามให้เฟอร์นิเจอร์หนัง

ไม่ว่าคุณจะสั่งตรงเฟอร์นิเจอร์เครื่องหนังอย่างดีจากอิตาลี ก็ต้องมีริ้วรอยให้กวนใจกันบ้างล่ะ ถ้าอย่างนั้นมาลบรอยเหล่านี้ด้วยการใช้น้ำมันมะกอกถูบางๆ ให้ทั่ว เพราะมันจะซึมลึกลงไปบำรุงรอยขีดข่วนที่ไม่สวยให้ชุ่มชื้นกลับมา หรือจะใช้แปรงขัดรองเท้าปาดครีมขัดรองเท้ามาขัดถูก็ช่วยได้ ไม่ต้องเสียเงินซื้อโซฟาหนังใหม่ เพราะทำตามวิธีง่ายๆ ที่แสนประหยัดแบบนี้ก็พอแล้ว

11. เช็ดน้ำส้มสายชูที่ฝาหน้าของเครื่องซักผ้าให้สะอาดผ้าก็แฮปปี้

อย่าเพิ่งชื่นชมผ้าหอมสะอาดที่ออกมาจากเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าเด็ดขาด ถ้าคุณยังไม่เคยทำความสะอาดฝาหน้าเลยตั้งแต่ซื้อมา รีบเลยค่ะ! ไปผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำสะอาดในปริมาณที่เท่าๆ กัน แล้วใช้ฟองน้ำถูทุกซอกทุกมุมไม่เว้นแม้แต่ช่องใต้ยางล็อกฝา จากนั้นค่อยเอาฝาไมโครไฟเบอร์เช็ดออกให้เกลี้ยง ก็เลี่ยงความสกปรกได้แล้ว

12. คราบไวน์แดงสุดหรู ถูกเกลือดูดเกลี้ยงทุกอณู

คราบนี้บ่งบอกได้เลยว่าคุณมีฐานะมากพอเลยทีเดียว แต่อาจจะเสียเซลฟ์กันบ้างถ้าคราบนี้เกิดขึ้นในเวลาสำคัญๆ มาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนกัน ด้วยการเปิดน้ำให้ไหลผ่านจุดที่มีคราบไวน์ จากนั้นใช้เกลือถูรอบๆ คราบ แล้วทิ้งไว้ 10 นาทีให้เกลือดูดคราบออก ก่อนนำไปซักด้วยน้ำเย็นก็จะเห็นผลทันที

13. น้ำส้มสายชูเสกจุดหมองเล็กๆ บนพรมให้จบลงทันใด

คุณแม่บ้านหลายท่านต้องกุมขมับ เพราะพรมสกปรกเป็นจุดเล็กๆ เต็มไปหมด ครั้นจะจ้างช่างมาซักก็ดูเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าอย่างนั้นมาลองสูตรแจ่มๆ ที่คุณไม่ต้องยกหูจ้างใครมาช่วย แค่ผสมน้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า ¼ ถ้วยตวง ขัดล้างตรงบริเวณที่มีคราบ หรือสาวๆ คนไหนที่ชอบแต่งเล็บก็สามารถหยิบน้ำยาล้างเล็บมาเช็ดออกแทน พรมก็กลับมาสะอาดเหมือนเดิมแล้วค่ะ

14. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์พิชิตคราบหมองบนเฟอร์นิเจอร์บุนวม

หลายๆ คนที่เติบโตมาพร้อมกับยุคน้ำอัดลมจรวด รับรองว่าต้องรู้จักเฟอร์นิเจอร์บุนวมแน่นอน เป็นไอเทมสุดเดิร์นที่ทุกบ้านต้องมี แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปสภาพของเฟอร์นิเจอร์ก็เปลี่ยนแปลงเพราะมีคราบสกปรกเกิดขึ้น มารักษาความคลาสสิกให้อยู่ได้นานๆ ด้วยสูตรผสมน้ำยาล้างจาน ½ ถ้วยตวง และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1 ถ้วยตวง คนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วเทใส่ขวดสเปรย์ฉีดพ่นไปที่คราบสกปรกและเช็ดออกให้เกลี้ยงก็จบ